รับโพสโปรโมทเว็บไซต์
ลงประกาศฟรี ทุกหมวดหมู่ รองรับseo โพสติดgoogle => ลงประกาศฟรี ทุกหมวดหมู่ โพสฟรี รองรับSeo และ youtube => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 17 มิถุนายน 2025, 20:52:21 น.
-
โรคเบาหวาน มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีสาเหตุจากอะไร (https://doctorathome.com/disease-conditions/278)
โรคเบาหวาน เกิดจากอะไร
โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะสลายอาหารบางส่วนเป็นน้ำตาล (กลูโคส) และปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น มันจะส่งสัญญาณให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมา ซึ่งอินซูลินทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญในการทำให้น้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน
โรคเบาหวาน เกิดจากร่างกายของเราผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือไม่สามารถใช้งานได้ดีเท่าที่ควร เมื่อมีอินซูลินไม่เพียงพอหรือเซลล์หยุดการตอบสนองต่ออินซูลิน น้ำตาลในเลือดจะสูงอยู่เป็นเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ เช่น โรคหัวใจ สูญเสียการมองเห็น โรคไต เป็นต้น”
โรคเบาหวาน มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีสาเหตุจากอะไร
อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
อาการของโรคเบาหวาน จะมีลักษณะคล้ายกับอาการของผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาการจะมากขึ้น หากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้น
สัญญาณและอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักเกิดขึ้นช้า ผู้ป่วยอาจอยู่กับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้นานหลายปีโดยไม่รู้ตัว อาการที่พบได้ ได้แก่
กระหายน้ำมากขึ้น
ปัสสาวะบ่อย
หิวบ่อย
น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
มองเห็นภาพซ้อน
แผลหายช้า
ติดเชื้อบ่อย
ชาตามมือและเท้า
เป็นต้น
อาการของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานมี 3 ชนิดหลักๆ คือ
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
โรคเบาหวานชนิดที่ 2
และโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
โรคเบาหวานชนิดที่ 1
เกิดจากร่างกายของเราไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะพบประมาณ 5-10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด มักตรวจพบในเด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะต้องฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายทุกวัน และปัจจุบันโรคเบาหวานชนิดนี้ยังไม่สามารถป้องกันได้
โรคเบาหวานชนิดที่ 2
เกิดจากร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ไม่สามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะพบประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด โดยการดำเนินของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักใช้เวลาหลายปี โดยมากมักได้รับการวินิจฉัยในผู้ใหญ่ (แต่ปัจจุบันพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถป้องกันได้ด้วยการมีวิถีชีวิตที่ช่วยให้มีสุขภาพดี เช่น กินอาหารเพื่อสุขภาพ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติ เป็นต้น
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
เป็นภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขณะตั้งครรภ์ มีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ขึ้นได้ เช่น ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ ปัจจัยด้านอายุ สตรีที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงมากขึ้น เป็นต้น
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญหลายอย่าง รวมถึงหัวใจและหลอดเลือด เส้นประสาท ดวงตา และไต นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังร้ายแรงอื่นๆ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนและโรคอื่นๆ ที่เป็นร่วมอยู่ได้
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวานที่พบบ่อย ได้แก่:
โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง และการตีบของหลอดเลือด (atherosclerosis)
เส้นประสาทบริเวณแขนขาถูกทำลายเสียหาย หากมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไปเส้นประสาทจะถูกทำลาย ส่งผลให้รู้สึกซ่า ชา แสบร้อน ปวด หรือสูญเสียความรู้สึกในที่สุด ซึ่งมักจะเริ่มต้นที่ปลายนิ้วเท้าหรือนิ้วมือ แล้วค่อยๆ ลามขึ้นไป นอกจากนี้ยังอาจพบความเสียหายต่อเส้นประสาทของหัวใจ ซึ่งสามารถนำไปสู่หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความเสียหายของเส้นประสาทในระบบย่อยอาหารอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงหรือท้องผูก สำหรับผู้ชาย ความเสียหายของเส้นประสาทอาจทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศได้
โรคไต โรคเบาหวานอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรังหรือโรคไตระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้ ซึ่งอาจต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตในที่สุด
โรคตา โรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตาร้ายแรง เช่น ต้อกระจกและต้อหิน และอาจทำลายหลอดเลือดของเรตินา ซึ่งอาจนำไปสู่การตาบอดได้
ปัญหาผิว โรคเบาหวานอาจทำให้ผิวหนังอ่อนแอ ส่งผลให้ติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น
แผลหายช้า นอกจากนี้ บาดแผลและแผลพุพองที่ติดเชื้อรุนแรง หากรักษาไม่ดี อาจรุนแรงถึงต้องตัดนิ้วเท้า เท้า หรือขาได้
ปัญหาทางการได้ยิน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พบมากในผู้ที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย
ภาวะสมองเสื่อม เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และความผิดปกติอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ดีนั้นเชื่อมโยงกับความจำและทักษะการคิดอื่นๆ ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
โรคเบาหวาน วิธีรักษา
การรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ร่วมกับการับประทานยาลดน้ำตาลในเลือด การฉีดอินซูลิน หรือใช้ยาทั้งสองอย่าง
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น
รวมถึงการออกกำลังกาย และการลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกินกว่าปกติ
การใช้ยา
หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังไม่ได้ผล ผู้ป่วยยังมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงมาก แพทย์จะสั่งใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีทั้งในรูปแบบรับประทานและยาฉีดเข้าผิวหนัง
วิธีป้องกัน โรคเบาหวาน
ปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อน้ำตาลในเลือดสูงในระยะเริ่มต้น
การปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ แม้ว่าจะมีญาติทางสายเลือดที่เป็นโรคเบาหวานก็ตาม
หากได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นเบาหวาน การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอาจชะลอหรือหยุดการลุกลามไปสู่โรคเบาหวานได้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี รวมถึง
การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ลดอาหารที่มีรสหวานจากน้ำตาล เลือกอาหารที่มีไขมันและแคลอรีต่ำและมีใยอาหารสูง เน้นผลไม้ ผัก และธัญพืชไม่ขัดสี
การป้องกันไม่ให้ขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้
ตั้งเป้าออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางถึงหนัก 150 นาทีขึ้นไปต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน วิ่ง หรือว่ายน้ำ
ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักทำให้การดำเนินโรคจากภาวะก่อนเป็นเบาหวานเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ช้าลง การลดน้ำหนัก 7% ถึง 10% ของน้ำหนักตัวสามารถลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานได้
หลีกเลี่ยงการนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน พยายามลุกขึ้นเดินทุก ๆ 30 นาทีและเคลื่อนไหวอย่างน้อยสองสามนาที เป็นต้น