โพสเวบบอร์ดฟรี รองรับseo youtube ติดgoogle

รวมเว็บประกาศฟรี โพสต์ขายของฟรี => ซื้อ-ขายออนไลน์ ใหม่-มือสอง => ข้อความที่เริ่มโดย: abbeygk ที่ วันที่ 21 ธันวาคม 2023, 18:13:40 น.

หัวข้อ: คุณคิดว่าปวดหัวข้างซ้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย? คิดใหม่!
เริ่มหัวข้อโดย: abbeygk ที่ วันที่ 21 ธันวาคม 2023, 18:13:40 น.
(https://s3vmwebprd.s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/public/articles/WxdT4rnyIAduDAMgh9miHwC1Qm2LXsVuyfXZuRyS.jpg)

ลักษณะของการปวดหัว มั่นใจว่าไม่มีผู้ใดไม่เคยเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ดูราวกับว่าเกิดเรื่องเล็ก แม้กระนั้นเกิดขึ้นได้เสมอๆนี้ กลับทำให้มีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจะต้องเจอแพทย์เพื่อค้นหาปัจจัยและก็ทุเลาอาการที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการปวดหัวจี๊ดๆปวดศรีษะตุบๆปวดศรีษะข้างซ้าย ปวดศีรษะข้างขวา ปวดศีรษะด้านเดียว ปวดศรีษะอีกทั้งหัว ปวดขมับ และก็ยังรวมทั้งปวดศีรษะแล้วอ้วก ซึ่งในแต่ละตำแหน่งต่างก็สามารถแสดงต้นเหตุของลักษณะของการปวดหัวที่เกิดขึ้นได้ วันนี้พวกเรามาดูกันว่าลักษณะของการปวดหัวที่เป็นอยู่บอกโรคอะไร

ปวดศรีษะอย่างนี้ ปวดศีรษะนี้ มีเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
1. ปวดหัวข้างซ้าย (https://www.vimut.com/article/types-of-headaches) หรือข้างขวา ด้านใดด้านหนึ่ง
ลักษณะของการปวดหัวฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือข้างขวา บางทีอาจเป็นลักษณะของ “ปวดศรีษะไมเกรน” ได้ โดยมักมีลักษณะอาการอื่นร่วม อย่างเช่น เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงกำดัน อ้วก อ้วก จะมีลักษณะอาการมากยิ่งขึ้นเมื่อลุกเดิน พบเสียงดัง หรือแสงสว่างแรง โดยอาการจะเกิดขึ้นนาน 4-72 ชั่วโมง รวมทั้งจะดียิ่งขึ้นเมื่อได้พักในที่มืดหรืออากาศเย็น

2. ปวดศรีษะราวกับโดนบีบขมับอีกทั้ง 2 ข้าง
แม้คุณมีลักษณะอาการปวดศีรษะราวกับโดนบีบตลอดระยะเวลารอบๆหน้าผากแล้วก็ขมับอีกทั้ง 2 ข้าง บางทีมีลักษณะอาการปวดเบ้าตาร่วมด้วย รวมทั้งมีลักษณะอาการเจ็บปวดรวดร้าวไปถึงด้านหลังทาย โดยมักมีลักษณะบ่อยๆในเวลาบ่ายหรือเย็น นี่บางทีอาจเป็น “ลักษณะของการปวดหัวจากความตึงเครียดหรือที่เรียกว่า “ปวดหัวจากกล้ามตึงตัว” ที่มาจากการตึงของกล้าม เป็นสัญญาณเตือนที่แสดงว่าคุณจำเป็นต้องเริ่มปลดปล่อยว่างความตึงเครียดและก็ถึงเวลาพักแล้วนั่นเอง

3. ปวดศรีษะและก็ปวดกระบอกตาด้านเดียว ร่วมกับตาแดง ร้องไห้
การปวดศีรษะฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการปวดหัวข้างซ้าย หรือปวดศรีษะข้างขวา ไม่ใช่แค่เพียงแค่บอกถึงลักษณะของการปวดไมเกรนเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังสามารถเป็นอาการ “ปวดศรีษะคลัสเตอร์” ได้เช่นเดียวกัน แม้กระนั้นจะมีความร้ายแรงมากยิ่งกว่าไมเกรน ร่วมกับลักษณะของการปวดเบ้าตา ตาแดง ร้องไห้ด้านเดียวกับที่ปวดศีรษะ แต่ว่าดังนี้ลักษณะของการปวดหัวคลัสเตอร์มักเป็นๆหายๆรับประทานช่วงเวลาตั้งแต่ 15 นาที จนกระทั่ง 3 ชั่วโมง สามารถปวดถี่ถึง 8 ครั้ง/วัน หรือปวดวันเว้นวันได้ โดยชอบปวดซ้ำในระยะเวลาเดิมของวัน หรือระยะเวลาเดิมของปี

4. ปวดศรีษะตอนหน้าผากไปจนกระทั่งโหนกแก้ม หรือโพรงจมูก ร่วมกับอาการคัดจมูก หรือการรู้กลิ่นไม่ปกติ
ซึ่งทั้งปวงที่ได้กล่าวข้างต้นนี้เป็นอาการที่ออกจะเด่นชัดของ “โรคไซนัส” ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ท่านรู้สึกเจ็บปวดหัวได้ แต่ว่าโรคไซนัสชอบทำให้ท่านมีลักษณะอาการปวดตึงๆหนักๆตอนรอบๆหน้าผาก หัวขนคิ้ว หัวตา โพรงจมูกและก็โหนกแก้มได้ รวมทั้งมีลักษณะคัดจมูก น้ำมูกไหล หรือการรู้กลิ่นแตกต่างจากปกติได้ด้วยได้

5. ปวดศรีษะตุบๆตัวร้อน จับไข้
สำหรับบางบุคคลที่มีลักษณะปวดศรีษะตุบๆไม่ได้มีการเฉพาะเจาะจงรอบๆใดรอบๆหนึ่ง ร่วมกับอาการเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ตัวร้อน เป็นไข้ กลุ่มนี้เป็นอาการ “ปวดศรีษะจากหวัดต่างๆ” นั่นเอง

6. ปวดศีรษะ หรือตึงกำดัน ร่วมกับปากเบี้ยว แขนขาอ่อนกำลัง
ลักษณะของการปวดหัวรอบๆกำดันที่อยู่ๆก็ปวดขึ้นมา รวมทั้งเพิ่มระดับความร้ายแรงแบบกระทันหันฉับพลัน ร่วมกับอาการปากเบี้ยว ไม่สามารถพูดได้ แขนขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เดินเซ เดินตรากตรำ ไม่เห็น รวมทั้งซึมลงอย่างชัดเจน บางทีอาจเป็นอาการ “ปวดศีรษะจากโรคเส้นเลือดสมอง” ซึ่งควรจะรีบเจอหมอให้เร็วที่สุดเพราะเหตุว่าเสี่ยงต่อชีวิตได้

7. ปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดร้ายแรงเยอะขึ้นอาเจียน คลื่นไส้ เห็นภาพเบลอ เห็นภาพซ้อน หรือมีลักษณะอาการชักเกร็ง
สำหรับคนไหนที่มักปวดศรีษะเป็นประจำแต่ละครั้งทวีความร้ายแรงขึ้นเรื่อยหรือมีลักษณะอาการปวดตอนค่ำกระทั่งจะต้องตื่นยามดึกดื่น ร่วมกับมีลักษณะอ้วก คลื่นไส้ เห็นภาพเบลอ เห็นภาพซ้อน กล่าวไม่ชัดเจน กล่าวขัดข้อง มีปัญหาการเดิน ทรงตัวมิได้ แขนขาอ่อนล้า เป็นอัมพาตครึ่งด้าน หรือมีลักษณะอาการชักเกร็งโดยไม่เคยเป็นมาก่อน บางทีอาจเป็นอาการ “ปวดศีรษะจากเนื้องอกในสมอง” ได้

ปวดศรีษะแบบไหนที่ควรจะรีบมาเจอหมอ
ลักษณะของการเกิดอาการปวดศรีษะที่ร้ายแรงต่อชีวิต อย่างเช่น

- ปวดศรีษะรอบๆกำดัน ปวดศรีษะร่วมกับมีลักษณะชะตามแขนขา หรือเปล่ามีแรง
- ปวดศรีษะแล้วชักเกร็ง วูบสลบ
- ปวดศีรษะมากมายจนกระทั่งคลื่นไส้พุ่ง
- ปวดศรีษะร่วมกับการมองมองเห็นห่วยแตกลง ไม่สามารถพูดได้ ปากเบี้ยว เดินไม่ดีเหมือนปกติ
- ปวดศรีษะเวลากลางคืนจนกระทั่งจำต้องตื่น

ถึงแม้ว่าลักษณะของการปวดหัวจะมองเกิดเรื่องทั่วๆไป ที่หลายครั้งเพียงแต่นอนพักให้พอเพียง หรือกินยาแก้ปวดก็สามารถทุเลาลักษณะของการปวดหัวได้แล้ว แต่ว่าดังนี้ลักษณะของการปวดหัวที่เรื้อรัง หรือมีทิศทางร้ายแรงขึ้นร่วมกับการชาแขนขา หมดแรง ควรจะรีบไปโรงหมอในทันที

ถามไถ่รายละเอียดอื่นๆและก็นัดแนะหมอเหมาะ
ศูนย์สมองรวมทั้งระบบประสาท ชั้น 3 โรงหมอหลุดพ้น
เวลาทำการ 09.00-20.00 น.
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายหมอ หรือบริการหารือแพทย์ออนไลน์