กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1


โต๊ะที่เห็นกันอยู่นี้มีทั้งชนิดที่พับไม่ได้ และพับได้ แน่นอนว่าถ้าจะต้องเลือกจริง ๆ ก็อยากแนะนำเป็นโต๊ะพับได้มากกว่า กระนั้นบางคนที่คิดซื้อใช้งานอาจยังลังเลอยู่ก็เป็นได้ เพื่อให้การตัดสินใจง่ายมากขึ้น จึงอยากบอกเล่าถึงประโยชน์ของการเลือกโต๊ะประเภทนี้ว่าดีกว่าอย่างไร ซึ่งบางเรื่องท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำแต่รับรองว่าทำได้จริง

4 ประโยชน์ของการเลือกใช้งานโต๊ะพับได้
1. นำออกไปใช้งานได้สะดวก
การเลือกใช้โต๊ะที่พับได้นั้น แน่นอนว่าสามารถพับแล้วเคลื่อนย้ายออกไปใช้ได้ตามสถานที่ต่าง ๆ จะกลางแจ้ง หรือที่ร่ม ภายใน-ภายนอกอาคารไม่มีปัญหา ยกง่าย น้ำหนักเบา ไม่ต้องใช้แรงคนมากมายก็จัดวางได้แล้ว เมื่อยกไปถึงที่ก็กางออกใช้งานทันที

2. ประหยัดพื้นที่จัดเก็บมากขึ้น
ด้วยรูปแบบที่สามารถพับโต๊ะเก็บได้เลย ส่วนที่เป็นขาโต๊ะก็จะแนบไปกับท็อปบน ทำให้อยู่ในลักษณะของแผ่นสี่เหลี่ยม หรือถ้าเป็นโต๊ะทรงกลมขาที่พับแล้วก็จะนำมาเป็นฐานวางได้ด้วย ไม่เกะกะพื้นที่ใช้สอย เมื่อเลิกใช้งานก็พับแล้วเคลื่อนย้ายเก็บได้หลายตัวในคราวเดียว นอกจากโต๊ะแล้วเก้าอี้พับที่อาจใช้งานคู่กันก็ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บด้วย

3. ใช้งานได้หลากหลายประเภท
อย่างที่ได้บอกกล่าวไปว่าโต๊ะแบบพับได้นั้นมีหลากหลายรูปทรง การจะเลือกเพื่อให้เหมาะสมกับงานประเภทต่าง ๆ จึงทำได้อย่างสบายใจ อาทิเช่น งานแต่ง งานบวช หรืองานมงคลที่ต้องใช้ความสวยงาม มีสไตล์นิดก็อาจเลือกเป็นโต๊ะกลมได้ ก็เพราะว่างานเหล่านี้มีการทานอาหารร่วมกัน เวลาเอื้อมมือไปตักก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องเหลี่ยมโต๊ะ หรือถ้าเป็นงานสัมมนา ประชุม ก็แนะนำเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าไปเลยดีกว่า เนื่องจากโต๊ะเดียวนั่งได้หลายคน เป็นต้น จะเรียกว่าเป็นโต๊ะพับอเนกประสงค์ก็ไม่ผิดไปเสียทีเดียว

4. การดูแลรักษาทำได้ง่าย
ท้ายที่สุดคือเรื่องของการดูแลรักษาที่ไม่อาจละเลยกันไปได้ เหตุเพราะเมื่อใช้งานแล้วก็ต้องมีการทำความสะอาด ซึ่งการเลือกใช้โต๊ะแบบพับได้ การทำความสะอาดหรือดูแลรักษาค่อนข้างง่าย โครงสร้างไม่มีอะไรซับซ้อน ทั้งนี้ จำเป็นต้องดูวัสดุของโต๊ะด้วย บางลักษณะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดได้เลย แต่ถ้าเป็นวัสดุประเภทไม้ก็ต้องบิดให้แห้งหมาด ๆ ก่อน
การเลือกซื้อเลือกหาโต๊ะพับนั้นจำเป็นต้องพิจารณาถึงลักษณะการใช้งานเสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์หลากหลายตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้มากที่สุด รวมทั้งเรื่องราคาก็ควรอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม พยายามศึกษาวิธีดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ดี ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่ หรือต้องซ่อมอยู่บ่อยครั้ง

แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/OUT0607
2


เรียกได้ว่าเป็นอีกอุปกรณ์ทำอาหารที่ทุก ๆบ้านมีใช้งานอย่าง “หม้อหุงข้าวชนิดไฟฟ้า” เพราะว่าช่วยให้การหุงข้าวกลายเป็นเรื่องง่าย ประหยัดเงิน ทว่าก่อนที่จะเลือกซื้อมาใช้งานได้นั้น การศึกษาถึงคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างเข้าใจถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยไปได้ ซึ่งบทความนี้ก็ได้รวบรวมมาให้ศึกษาอย่างละเอียดอีกเช่นเคย ทุกมื้อของท่านจะอร่อยขึ้นกว่าเดิม

รู้คุณสมบัติหม้อหุงข้าวแบบไฟฟ้า เลือกซื้อเลือกหาตรงการใช้งาน
1. เรื่องยี่ห้อคือสิ่งแรกที่ต้องพิจารณา
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแบรนด์ของหม้อนั้นมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ซึ่งการที่จะมั่นใจถึงประสิทธิภาพใช้งาน และความทนทานแนะนำให้เลือกยี่ห้อยอดนิยมที่มีการโฆษณามาอย่างยาวนาน หรือเปิดให้บริการมามากกว่า 10 ปี อาจศึกษาจากรีวิวมาก่อนก็ได้ เนื่องจากบางแบรนด์เสียง่ายมาก เอาไปซ่อมก็ไม่คุ้มด้วย

2. ระบบต่าง ๆ ของตัวอุปกรณ์
ต่อมาเป็นคุณสมบัติด้านระบบใช้งาน ซึ่งหม้อหุ้งข้าวไฟฟ้านี้จะต้องเป็นระบบที่สามารถควบคุมได้ เพื่อให้เม็ดข้าวสุกสม่ำเสมอ ไม่แฉะ หรือแข็งเกินไป นอกจากนี้บางรุ่นยังเป็นระบบอุ่นแบบอัตโนมัติได้ด้วย โดยข้าวในหม้อจะถูกอุ่นอยู่ตลอด ทั้งนี้อย่าลืมเรื่องค่าไฟ รวมไปถึงระบบป้องกันไอน้ำหยุดลงข้าว และอื่น ๆ ตามรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล

3. ขนาดของหม้อที่จะใช้งาน
โดยรวมแล้วก่อนจะเลือกซื้อต้องถามตัวเองก่อนว่าที่บ้านนั้นมีสมาชิกกี่ท่าน แต่ละคนทานข้าวกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะสอดคล้องกับการเลือกตามขนาดที่มี ก็เพราะว่าหม้อหุงนั้นมีหลายขนาด อย่างถ้าอยู่คนเดียว แนะนำหม้อหุงข้าวเล็กความจุ 0.3 L หรือ 0.3 ลิตร ขนาด 0.6 ลิตรก็พอแล้ว ซึ่งจะได้ปริมาณข้าว 2 – 3 จานต่อการหุง 1 ครั้ง

4. เคลือบ – ไม่เคลือบสารกันข้าวติดหม้อ
ต้องทราบด้วยว่าหม้อข้าวที่กำลังจะซื้อนั้นเป็นแบบเคลือบ หรือไม่เคลือบสารกันข้าวติดหม้อ ด้วยเหตุว่าถ้าเคลือบข้าวก็จะไม่ติดหม้อ ล้างออกง่ายแต่การตักข้าวก็ต้องใช้ทัพพีพลาสติก หรือไม้เท่านั้น ป้องกันการเกิดรอย หรือสารเคลือบร่อนออกง่าย ๆ กรณีที่ไม่เคลือบสารก็ใช้ได้กับทุกทัพพี หรือแม้แต่ช้อนก็ตักได้สบายใจ หากกลัวข้าวติดหม้อก็แช่น้ำไว้ก่อนล้าง

นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องดูเรื่องของการรับประกันหลังการขายด้วย เพราะแต่ละยี่ห้อก็จะกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป บางยี่ห้อรับประกันนาน 5 ปี บางยี่ห้อแค่ 1 ปีก็มี แนะนำว่าให้เปรียบเทียบการรับประกันนี้ดู หาความคุ้มค่ามากที่สุด โดยการเลือกหม้อระบบธรรมดา หากเกิดปัญหาก็จะเลือกซ่อมได้ง่ายมากกว่าแบบที่มีความยุ่งยาก ช่วยให้การใช้งานคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0810
4


ในช่วงที่สภาพอากาศมีมลพิษมากมาย ทั้งฝุ่น PM 2.5 ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้ หรือแม้แต่โควิด – 19 ซึ่งทุกท่านจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมาก หนึ่งในตัวช่วยชั้นดีที่พร้อมสร้างความมั่นอกมั่นใจทุกครั้งที่หายใจคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “เครื่องฟอกอากาศพกพา” ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาจนสามารถเลือกใช้งานได้หลากรูปแบบ หลากหลายแบรนด์

4 เครื่องฟอกอากาศพกพา พาอากาศสะอาด ดีต่อสุขภาพ
1. SABAIDEE CARE
เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะสามารถปล่อยปะจุลบได้ถึง 6,500,000 ประจุต่อ 1 วินาที สามารถคลอบคลุมพื้นที่ได้ 100 ลบ.ซม. แบบ 360 องศา รอบทิศทาง ใช้งานง่ายยาวนานถึง 8 – 12 ชั่วโมง เพียงชาร์จพลังงานแค่ 1 ครั้ง ไม่ต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์ ช่วยดูดซับบรรดาฝุ่น PM 2.5, ละอองเกสรดอกไม้, สารก่อภูมิแพ้ ควันบุหรี่ และแบคทีเรีย ราคาไม่ถึง 1,500 บาท ด้วยซ้ำ

2. JYE DOUGHNUT
ใครที่มีงบน้อยก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะ JYE DOUGHNUT เครื่องฟอกอากาศแบบพกพานี้ราคาไม่ถึง 1,000 บาท สามารถพกพาไปไหนได้สบายด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด ที่สำคัญคือปล่อยประจุลบ 5 ล้านประจุ / ลบ.ซม. เลยทีเดียว ช่วยให้อากาศสดชื่นมากขึ้นจากการดักจับฝุ่นไปแล้ว ชาร์จพลังงาน 3 ชม. สามารถใช้ได้ยาว ๆ 3 วัน

3. PURI AIR SMARTLINK
เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ตอบโจทย์อีกรุ่น เนื่องมาจากตัวกรองเป็นถึง HEPA เกรด H14 ที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ ช่วยลดอัตราสิ่งสกปรกในอากาศ และสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ถึง 99.995% มีนวัตกรรม UV – C แบบใหม่ที่ไม่ผลิตโอโซน มั่นใจใช้แล้วปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงต่อมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิต สัตว์เลี้ยง ฯลฯ พร้อมฆ่าเชื้อไวรัส เชื้อโรคต่าง ๆ ได้ ลดการกระจายเชื้อโรค ทั้งยังจัดอยู่ในเครื่องฟอกอากาศห้อยคอที่นำติดตัวไปไหนมาไหนได้ตลอด สนนราคาเพียง 4,000 บาทต้น ๆ

4. LG AP551AWFA.ABAE
ตบท้ายกันที่เครื่องฟอกแบบหน้ากาก LG AP551AWFA.ABAE ที่ช่วยฟอกอากาศได้หมดจด มีแผ่นกรองอากาศอย่าง HEPA H13 Class ใช้ซิลิโคนทางการแพทย์เป็นวัสดุในการทำช่วยให้ปลอดภัยไร้กังวล มีพัดลม Dual Fans ที่ช่วยพัดให้การหายใจสะดวกมากขึ้น ระบายอากาศได้เหมาะสมตามการหายใจเข้า – ออก พร้อมเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้สดชื่นได้ตลอดวัน โดยแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 8 ชม. เวลาชาร์จใช้เพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้น ราคาไม่เกิน 5,000 บาท

จะเห็นได้เลยว่าเครื่องฟอกอากาศชนิดพกพานั้นมีทั้งแบบวางตั้ง ห้อยคอ หรือหน้ากากพกติดตัวไปได้ทุกที่ ทุกเวลา จำนวนชั่วโมงการใช้งานด้วยพลังงานแบตเตอรี่ก็ยาวนาน เรียกได้ว่าใช้ตลอดวันเมื่อออกไปทำงาน หรือช่วงเข้านอนได้เลยไม่มีปัญหา พร้อมรับอากาศบริสุทธิ์สดชื่นได้เต็มปอด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/APP0203
7
เราคือโรงงานผลิตร่ม ตัวจริง เสียงจริง ตัดเย็บร่มได้เองทุกชิ้นส่วน ( ไม่ใช่ประเภท โป้วสินค้าร่มจากที่อื่นเพื่อมาขายต่อ )
ในย่านรามอินทรา และ โรงงานผลิตร่ม ลาดปลาเค้า ที่เป็นตัวแทน ของเรามีหลายร้าน ต่างรู้กันดี ว่าโรงงานร่ม umbrella peet จัดว่า เด็ดสุด
ทั้งคุณภาพ และ ราคา มี ร่ม ทุกแบบ ทั้ง ร่มแฟชั่น ร่มพับ3 ตอน ร่มพับ 2 ตอน ร่มยาวตอนเดียว 24 นิ้ว รวมถึง ร่มสกรีน ที่สามารถสกรีนระบบ ดิจิตอล ได้กว่า 30 สี และ เลือกสีผ้าร่ม ได้กว่า 70 สี



ร่มที่ดี ราคายุติธรรม ยังมีอยู่จริง โทรสอบถามพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองได้ทุกเวลา เราส่งได้ทั่วประเทศ

ติดต่อเรา

เว็บไซต์ : http://www.umbrella-peet.com

086-0908034 (คุณพีท)

LINE : umbrellapeet



10


การเลือกใช้งานเก้าอี้สนามกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถใช้งานหลายรูปแบบทั้งนั่งเล่น จัดวางเพื่อความสวยงามในสวน หรือพกพาไปใช้ตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างไรก็ดีท่านจำเป็นต้องเลือกแบบของเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสถานที่วางตั้งด้วย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี ว่าแต่เก้าอี้ลักษณะไหนควรวางตั้งใช้งานสถานที่ใด? นี่คงเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบโดยเร็ว

ประเภทของเก้าอี้สนามกับการใช้งานสถานที่ต่าง ๆ
1. เก้าอี้ไม้
เป็นหนึ่งในประเภทเก้าอี้ที่หลายคนให้ความสำคัญไม่น้อย เนื่องด้วยสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ เนื้อไม้มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภท และอายุไม้ที่นำมาใช้ทำ ยิ่งถ้าเป็นเนื้อที่มีความแข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศได้ก็จะสามารถนำไปวางตั้งอยู่ในสวนเพิ่มความสวยงาม ขอให้มีหลังคา หรือร่มเงา หรือคุณจะนำไปบริเวณหน้าบ้านใต้ชายคาก็จัดไป

2. ม้านั่งในสนาม
ม้านั่งสนามนับเป็นอีกประเภทที่นิยมโดยเฉพาะใครต้องการนั่งเล่น นั่งใช้งานในสนามหญ้าแบบชิลล์ ๆ เป็นทั้งตัวม้านั่งเดี่ยว หรือมีเป็นเซ็ต นอกจากนี้ยังสามารถเลือกวัสดุที่ใช้ทำได้ด้วย เนื่องด้วยมีทั้งไม้สัก ไม้พลาสวูด หวาย ฯลฯ การนำไปใช้จึงต้องดูตามประเภทวัสดุที่ใช้ทำ แต่ส่วนใหญ่เป็นเนื้อไม้ที่แข็งแรง สามารถทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงนำไปวางที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้เลย

3. เก้าอี้บาร์
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเก้าอี้บาร์เป็นที่นิยมในบ้านโมเดิร์น หรือที่มีความคลาสสิก มีบาร์ให้ได้ใช้งาน โดยที่จะมีวัสดุทำจากเหล็ก หรือไม้พลาสวูดเป็นส่วนใหญ่ การนำไปใช้แนะนำให้ตั้งภายในบ้าน หรือหน้าบ้านมีชายคา หรือตามคาเฟ่ที่มีบาร์ นอกจากความสวยงามยังช่วยยืดอายุใช้งานได้ดีด้วย

4. เก้าอี้ทำจากหวาย
ถือว่าใช้งานได้ทุกสถานที่ ด้วยตัวเก้าอี้หวายมีทั้งหวายแท้ และหวายเทียม สานต่อกันเป็นเก้าอี้ลวดลายสวยงามเลือกได้ มีหลากหลายรูปทรง ทั้งเก้าอี้ธรรมดา หรือเก้าอี้ทรงกลมพิงหลัง เหมาะสำหรับการใช้งานที่สวน หรือตกแต่งหน้าบ้าน ในบ้านได้หมดเลย เพียงแต่ต้องมีหลังคา หรือร่มเงาด้วย ยกง่ายสามารถย้ายที่ตั้งได้สบาย ๆ

5. เก้าอี้พลาสติก
จบท้ายด้วยเก้าอี้ที่เห็นกันมาเนิ่นนาน เลือกได้ทั้งพลาสติกบาง-หนา วางตั้งได้ทุกสถานที่ เคลื่อนย้ายสะดวก แต่ก็ไม่แนะนำให้วางกับบริเวณที่มีแสงแดด หรือฝนตกเป็นประจำ เหตุเพราะอาจจะทำให้ตัวเก้าอี้เสื่อมสภาพได้ง่าย ใช้แล้วเก็บเข้าที่ร่มมีหลังคาดีที่สุด

การใช้งานเก้าอี้สนามนั้นจำเป็นต้องดูที่วัสดุจัดทำด้วย เหตุเพราะหากเป็นวัสดุที่แข็งแรง ทนทานต่อทุกสภาพอากาศก็ใช้ได้สบาย ๆ แต่หากไม่สามารถทนทุกสภาพอากาศได้แบบนี้คงต้องใช้แล้วเก็บเข้าที่ หรือเลือกวางในสถานที่ที่มีหลังคาปกคลุม ช่วยให้อายุการใช้งานให้ยาวนานมากขึ้น

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/OUT060503
หน้า: [1] 2 3 ... 10